วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อยากมีผิวหน้าสวยใส อ่อนวัย


อยากมีผิวหน้าสวยใส

อยากมีผิวหน้าสวยใส อ่อนวัย ต้องเริ่มจากพฤติกรรมเหล่านี้

        การแต่งหน้าคือการทำให้ดูสวยขึ้น แต่ความจริงแล้ว การจะมีผิวสวยๆ ได้นั้น ต้องเริ่มจากพฤติกรรมการดูแลนั่นเองค่ะ ถ้าเรามีผิวที่ดี จะแต่งหน้าลุคไหนๆ ยังไงก็สวยใส ออร่ากระจายได้ทั้งนั้น วันนี้ Sanook! Women มีเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าด้วยพฤติกรรมง่ายๆ ในตัวเราเองมาฝากกัน จะเริ่มจากตรงไหนนั่นมาดูกันค่ะ
พกกระดาษซับหน้ามัน
       สาวหน้ามันไม่ควรพลาดเลยทีเดียว สำหรับการพกกระดาษซักหน้ามันติดกระเป๋าไว้ซับระหว่างวัน เพราะการที่มีหน้ามันถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวนะ
ฉีดน้ำแร่ระหว่างวัน
      ถ้ารู้สึกว่าระหว่างไม่สบายหน้าเลย พกน้ำแร่ขวดพกพาไว้ในกระเป๋าเลยค่ะ เลือกที่มีกันแดดด้วยก็ดีนะ จะได้ฉีดให้สดชื่นแถมกันแดดไปในตัว แต่งหน้าใส
ดื่มน้ำเยอะๆ
        น้ำสิ่งสำคุณที่สุดที่จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แห้ง เพราะเมื่อผิวเราชุ่มชื่น ริ้วรวยก็จะมาช้าลงนะคะสาวๆ
ไม่สัมผัสหน้าบ่อยๆ
        การโดนหน้า สัมผัสหน้า ทำลายหน้าบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดีในการดูแลผิวนะคะ เพราะเมื่อเราโดนผิวบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดสิวได้เช่นเดียวกัน
เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดพร้อมทาครีมบำรุง
        ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เนื้อความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลผิวค่ะ เพราะถ้าเราล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดก็จะทำให้เกิดสิวอุดตัน และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญเราต้องรู้จักผิวตัวเอง ลงคะแนนทาครีมบำรุงที่เหมาะสมเพื่อคงสภาพความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ให้ได้นานที่สุดค่ะ
       เพียงแค่ปรับผ่านพฤติกรรมง่ายๆ ก็เชี่ยวชาญทำให้เรามีหน้าที่ใส ไร้สิว กันแล้วสาวๆ รู้แบบนี้อย่ารอช้า มาเริ่มกันเลย

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แต่งหน้าให้สวยปัง



Jossy

Jossy Berry | Signature Look แต่งหน้าให้สวยปังและติดทนนาน

สวัสดีค่ะทิวานี้จอสก็จะมี VDO สอนแต่งหน้าตัวใหม่มาให้ได้ชมกัน
ลุคนี้เป็นลุคที่จอสชอบแต่งบ่อยที่สุดในช่วงนี้ เรียกได้ว่าเป็น Signature look เลย
ซึ่งการแต่งก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่ออกมาดูสวยและปังสุดๆ
ที่สำคัญคือจอสจะเน้นการแต่งหน้าที่เนียนสวยและติดทนนานทั้งวัน
แต่งออกมาแล้วไม่วอก ไม่ลอย สีผิวมิดรอปและไม่เป็นคราบระหว่างวัน
จะเป็นยังไง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ  แต่งหน้า

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ฝึกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าค้นหาสไตล์ แก้ไขทุกปัญหาในการแต่งตัว

ฝึกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าค้นหาสไตล์

ฝึกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าค้นหาสไตล์ แก้ไขทุกปัญหาในการแต่งตัว

      การเลือกเสื้อผ้าในแต่ละวัน ถือเป็นเรื่องราวสนุกๆ สำหรับผู้หญิงว่าไหมคะ..? แต่เชื่อได้เลยว่าผู้หญิงหลายๆ คนมักจะประสบปัญหาไม่มีความมั่นใจที่จะใส่เสื้อผ้า มีข้อจำกัดในตัวเองว่า ฉันหน้าอกเล็ก ไหล่ตก มีพุง สะโพกใหญ่ ขาใหญ่ บลาบลา ~=,=~ ซึ่งวันนี้ ขวัญ จะมาแนะนำเทคนิคการแต่งตัวเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของร่างกายเรากันค่ะ แฟชั่นเสื้อผ้า
      เมื่อไม่นานมานี้ ขวัญ ได้มีโอกาสไปเข้าร่วม Work shop : Self-Styling Workshop by Kate Rucharasevee มาค่ะ เลยได้เทคนิคทั้งการแต่งหน้า แต่งตัวมาเพียบเลย เพราะ ขวัญเชื่อว่า ถ้าผู้หญิงเราต้องมีความคิดว่าฉันสวย คิดในแง่บวกไว้ อย่ามองจุดด้อยของร่างกายเราเป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็จะทำให้เราเกิดความมั่นใจได้มากขึ้น
     ซึ่งการทำ Work Shop ในครั้งนี้ จะให้ตัวเราเองมองถึงจุดบกพร่องในตัวเราก่อนค่ะ อย่างตัวขวัญเอง ขวัญสูง 160 / น้ำหนัก 45 / ผิวขาวเหลือง ซึ่งสำหรับ ขวัญ เอง ขวัญจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีก้น และอยากเอวเล็กกว่านี้อีกนิด แต่โดยรวมแล้ว ขวัญไม่ค่อยมีปัญหาที่หนักใจเท่าไร ขวัญก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าในการเลือกใส่ แต่ก็จะใส่เสื้อผ้าโทนขาว ดำ สีพื้นๆ ไม่พิมลาย เพราะรู้สึกว่ามันนำมาแมทช์กับเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าชุดอื่นๆ ได้เยอะดี
และเมื่อสาวๆ รู้จุดที่เราอยากจะแก้ไขแล้ว เรามาดูกันค่ะ ว่าเราควรต้องแต่งตัวแบบไหน
สาวอกเล็ก
    ควรเลือกใส่เสื้อที่จับระบายช่วงหน้าอก เพราะมันจะเป็นการเพิ่มชั้นให้ในส่วนช่วงหน้าอกดูมีเลเยอร์ คอกลม คอปาดใส่ได้ เพราะจะยิ่งทำให้ดูสง่างามและทำให้ดูเหมือนมีหน้าอกมากขึ้น อาจจะเลือกใส่สร้อยเครื่องประดับให้ดูหนาๆ เพื่อให้ท่อนบนเราดูแน่น เพื่อให้มองข้ามเรื่องหน้าอกไป
สาวหน้าอกใหญ่
    สำหรับสาวหน้าอกใหญ่ ควรใส่เสื้อคอวีเพื่อโชว์กระดูกช่วงไหปลาร้า หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อคอเต่า เพื่อให้เปิดอย่าปิดจนทึบ เพราะการที่มีหน้าอกใหญ่นั้นมันมาพร้อมกับความตัน ดังนั้นแล้ว เปิดโปร่ง ก็จะดูสง่างาม
สาวไม่มีเอว
    ตัวช่วยที่ดีที่สุดของสาวที่ไม่มีเอว คือ เข็มขัดเลยค่ะ เป็นไอเท็มที่สาวๆ ควรมีไว้ พอใส่เข็มขัดบริเวณเอวก็จะทำให้ดูหลอกตาได้
สาวสะโพกใหญ่ ต้นขาใหญ่
     ควรหลีกเลี่ยงผ้ายืดช่วงล่าง เลือกผ้าเนื้อกลางๆ ที่มิได้ดูหนาจนเกินไป ศักยใส่กระโปรงสอบได้ อย่าไปเลือกที่รัดพร้อมกับเน้นในส่วนที่จุดบอดของเรา
สาวไม่มีก้น
     สาวที่ไม่มีกันควรจะใส่กางโปรงจับจีบ เพราะว่าจะเน้นเพิ่มวอลลุ่มของเสื้อผ้าในการช่วยหลอกตา เช่น พวกกระโปรง กางเกงที่มีกระเป๋า นั่นเองค่ะ
     และขณะเรารู้ข้อบกพร่องของตัวเองแล้ว เราก็จักสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ลองจัดตู้เสื้อผ้า หาตัวนั้นมาแมทช์กับตัวนี้ ใส่สร้อยคออันนี้ ถือกระเป๋าใบนี้ ก็จะให้เราสามารถเปลี่ยนได้หลายลุคหลายสไตล์จบละค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณเกด ฐาดิณี รัชชระเสวี” อดีตบรรณาธิการแฟชั่น และสไตลิสท์มืออาชีพ ที่กำลังมีแบรนด์เสื้อผ้า Mandala

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ต้อนรับวาเลนไทน์ เหตุด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย ที่ทำเองง่ายๆจัดหามาที่บ้าน

แนะนำอาหารคนท้อง


ใกล้ถึงช่วงเทศกาลที่สาวๆ (หรือหนุ่มๆ?) ตลอดคนรอคอย 5555 เพราะช่วงนี้ไปไหนก็เห็นแต่คู่รักเดินจูงมือหวานฟรุ้งฟริ้งเต็มไปหมดแถมรอบตัวก็ยังเต็มไปด้วยสีแดงสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ เพราะฤดูนี้มีสตรอว์เบอร์รี่สดขายเยอะมากกกกก จนรู้สึกเรียกร้องทำซอสสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมาทันทีเลยค่ะเพราะด้วยส่วนผสมก็ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ใช้วัตถุดิบเพียงแค่ 3 อย่าง ก็จัดหามาซอสสตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวาน หอม และอร่อยแล้ว ที่สำคัญคือทำเองกับมือ ไม่สัมผัสใช้อุปกรณ์มากมายอะไร เพราะซอสสตรอว์เบอร์รี่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แถมทำเองยังอร่อยกว่าซื้อแบบขวดสำเร็จรูปอีกด้วย ว่าแล้วก็อย่ารอช้าเลยค่ะ มาลงมือกันดีกว่า มามะๆๆ 



ปฏิทิน 2559วันวาเลนไทน์

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

งดภัตเช้า…ตายเร็ว




งดข้าวเช้า…ตายเร็ว

งดข้าวเช้า…ตายเร็ว

อาหารคนท้อง
ผู้เขียน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

ที่มา คอลัมน์ ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ มติชนรายวัน
พูดกันมาเนิ่นนาน ไม่รับประทานอาหารเช้า ไม่รับประทาน จะแย่อย่างนั้น จะแย่อย่างนี้ เช่น เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไขมัน ในเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น
ผมนึกว่าข้อมูลนี้มั่ว แต่ที่ไหนได้มีรายงานหลักฐานทางวิชาการจากประเทศญี่ปุ่นยืนยัน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารหลอดเลือดสมอง (stroke) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 รายงานฉบับนี้ระบุว่าไม่รับประทานอาหารตอนเช้า เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่อสุขภาพ ทั้งหลอดเลือดอุดตัน เส้นเลือดแตกในสมอง และโรคหัวใจ
ท่าทางหมออย่างผมก็ไม่รอดเหมือนกัน เพราะไม่ชอบรับประทานข้าวเช้า ผมเลยต้องรีบมาแบ่งปันข้อมูล
รายงานฉบับนี้ ได้ติดตามวิถีชีวิตของชายหญิงชาวญี่ปุ่นระหว่างช่วงปี 1995 จนถึงปี 2010 กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 82,772 คน อายุระหว่าง 45-74 ปี โดยทั้งหมดเริ่มต้นจากการไม่มีโรคประจำตัว และแบ่งเป็นกลุ่มๆ ประกอบด้วย 1.กลุ่มที่รับประทานอาหารเช้าทุกวัน 2.กลุ่มรับประทานอาหารเช้าบ้างไม่รับประทานบ้าง และ 3.กลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารเช้าเลย
จากการติดตามในช่วง 15 ปี ผลปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างเกิดโรคหลอดเลือดสมอง 3,772 ราย เส้นเลือดแตกในเนื้อสมอง 1,051 ราย เส้นเลือดแตกในเยื่อหุ้มสมอง 417 ราย และเป็นหลอดเลือดอุดตัน 2,286 ราย แถมมีเส้นเลือดหัวใจตัน 870 ราย
ทั้งนี้ ภาวะที่เกิดขึ้นสัมพันธ์แนบแน่นกับการไม่รับประทานอาหารเช้า ซึ่งพบว่ายิ่งอดอาหารเช้าบ่อย ยิ่งมีความเสี่ยงมีอาการดังกล่าวสูง กลไกที่น่าจะเกี่ยวข้องดูจะสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในเวลาเช้ามืดต่อช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่หลอดเลือดชอบแตกในสมอง
ส่วนข้อสันนิษฐานว่า มูลเหตุจะเนื่องจากความเครียด ส่งผลจากสมองส่วน hypothalamus ลงมาถึงต่อมใต้สมอง และลงมายังต่อมหมวกไตหรือไม่นั้น อาจจะบอกไม่ได้ แต่ถ้าอธิบายจากระบบนี้จะมีสารสื่อสมองหลายตัว รวมทั้งฮอร์โมนสเตียรอยด์ด้วย ซึ่งส่งผลถึงความดันโลหิตและเส้นเลือดในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ยังระบุว่าในคนเอเซีย เช่น ญี่ปุ่น ฯลฯ อาจแตกต่างจากพวกฝรั่งในกลุ่มประเทศตะวันตก โดยที่ฝรั่งไม่รับประทานข้าวเช้า จะมีอุบัติการณ์หัวใจวายมากกว่าเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตัน
แต่ไม่ว่าจะออกอาการที่ศรีษะ หรือหัวใจ ผมว่า…รับสารภาพประทานอาหารเช้าไว้หน่อยก็ดีนะครับ
!